ตารางคะแนนเป็นหน้าที่แฟนบอลเปิดดูบ่อยที่สุดรองจากผลบอล แต่หลายคนอ่านได้แค่คอลัมน์คะแนนและอันดับ โดยไม่รู้ว่าคอลัมน์ที่เหลือบอกอะไร หรือทำไมบางทีมคะแนนเท่ากันแต่อันดับต่างกัน บทความนี้อธิบายทุกคอลัมน์และการตัดสินอันดับอย่างละเอียด
แต่ละคอลัมน์หมายถึงอะไร
| คอลัมน์ | ความหมาย | คำนวณอย่างไร |
|---|---|---|
| อันดับ (Pos) | ลำดับของทีมในตาราง | เรียงตามเกณฑ์ที่อธิบายด้านล่าง |
| ทีม (Team) | ชื่อสโมสร | — |
| แข่ง (P / PJ) | จำนวนนัดที่ลงเล่นแล้ว | นับทุกนัดที่จบการแข่งขัน |
| ชนะ (W) | จำนวนนัดที่ชนะ | นับเฉพาะผลชนะในเวลาปกติ |
| เสมอ (D) | จำนวนนัดที่เสมอ | นับผลเสมอเมื่อจบ 90 นาที |
| แพ้ (L) | จำนวนนัดที่แพ้ | นับผลแพ้เมื่อจบ 90 นาที |
| ได้ (GF) | ประตูที่ทำได้ทั้งหมด | รวมทุกนัดในลีก |
| เสีย (GA) | ประตูที่เสียทั้งหมด | รวมทุกนัดในลีก |
| ผลต่าง (GD) | ผลต่างประตู | GF ลบ GA |
| คะแนน (Pts) | แต้มรวม | (ชนะ × 3) + (เสมอ × 1) |
ทำไมผลต่างประตูสำคัญกว่าที่คิด
ผลต่างประตูคือตัวเลขที่บอกว่าทีมได้เปรียบหรือเสียเปรียบเมื่อต้องตัดสินกันด้วยเกณฑ์รอง สมมติสองทีมมี 45 คะแนนเท่ากัน ทีมที่ผลต่าง +12 จะอยู่อันดับเหนือกว่าทีมที่ผลต่าง +4 เสมอ
นี่คือเหตุผลว่าทำไมทีมที่ลุ้นแชมป์หรือลุ้นพื้นที่ยุโรปมักพยายามยิงประตูให้มากในนัดที่ชนะขาด เพราะทุกประตูที่เพิ่มไม่ได้มีค่าแค่ในนัดนั้น แต่สะสมไปถึงการตัดสินเมื่อจบฤดูกาล
ในทางกลับกัน ทีมที่แพ้ 0–4 ไม่ได้เสียแค่สามคะแนน แต่เสียผลต่างประตูถึงสี่ลูก ซึ่งอาจใช้เวลาหลายนัดกว่าจะชดเชยคืนได้
เมื่อคะแนนเท่ากัน ตัดสินอย่างไร
แต่ละลีกใช้ลำดับเกณฑ์ต่างกัน แต่ลำดับที่พบบ่อยที่สุดมีดังนี้
- คะแนนรวม — มากกว่าชนะ
- ผลต่างประตู — มากกว่าชนะ
- ประตูที่ทำได้ — มากกว่าชนะ
- ผลการพบกันระหว่างสองทีม (head-to-head) — ทีมที่ทำผลงานได้ดีกว่าในการพบกันเองชนะ
- ผลต่างประตูจากการพบกันเอง
- ประตูที่ทำได้จากการพบกันเอง
- คะแนนแฟร์เพลย์ — ทีมที่ได้ใบเหลืองใบแดงน้อยกว่าชนะ
สิ่งสำคัญคือ ลำดับของเกณฑ์ไม่ได้เหมือนกันทุกประเทศ บางลีกใช้ head-to-head ก่อนผลต่างประตู บางลีกใช้ผลต่างประตูก่อน จึงควรตรวจสอบกติกาของลีกนั้น ๆ ก่อนสรุปว่าทีมใดได้เปรียบ
ตัวอย่างการอ่านตารางจริง
สมมติทีม A และทีม B มีสถิติดังนี้
| ทีม | แข่ง | ชนะ | เสมอ | แพ้ | ได้ | เสีย | ผลต่าง | คะแนน |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ทีม A | 20 | 10 | 5 | 5 | 32 | 24 | +8 | 35 |
| ทีม B | 20 | 10 | 5 | 5 | 28 | 20 | +8 | 35 |
ทั้งสองทีมมีคะแนนเท่ากันและผลต่างเท่ากัน เกณฑ์ถัดไปคือประตูที่ทำได้ ซึ่งทีม A ทำได้ 32 ประตู มากกว่าทีม B ที่ทำได้ 28 ทีม A จึงอยู่อันดับเหนือกว่า สังเกตว่าทีม A เสียประตูมากกว่า แต่เพราะยิงได้มากกว่าจึงได้เปรียบ
ตัวเลขที่ตารางไม่บอก
ตารางคะแนนบอกผลลัพธ์ แต่ไม่บอกบริบท สามสิ่งที่ควรดูเพิ่ม
- จำนวนนัดที่เหลือ: ทีมที่แข่งน้อยกว่าแต่คะแนนเท่ากันคือทีมที่ได้เปรียบ เพราะยังมีแต้มให้เก็บมากกว่า
- คุณภาพของคู่แข่งที่เหลือ: โปรแกรมที่ต้องเจอทีมหัวตารางติดกันสามนัดยากกว่าโปรแกรมที่เจอทีมท้ายตาราง
- ฟอร์มห้านัดหลังสุด: ทีมที่คะแนนดีแต่ฟอร์มกำลังตกอาจเสียอันดับได้ในไม่กี่สัปดาห์
การอ่านตารางให้เป็นจึงต้องดูทั้งตัวเลขและโปรแกรมที่เหลือคู่กัน หน้าตารางคะแนนของเว็บไซต์แสดงอันดับและสถิติครบทุกคอลัมน์ และหน้าตารางการแข่งขันช่วยให้เห็นว่านัดต่อไปของแต่ละทีมยากแค่ไหน
คำถามที่พบบ่อย
ชนะได้กี่คะแนน
ชนะได้ 3 คะแนน เสมอได้ 1 คะแนน แพ้ได้ 0 คะแนน เป็นมาตรฐานที่ใช้ในเกือบทุกลีกทั่วโลก
ผลต่างประตูคิดอย่างไร
เอาจำนวนประตูที่ทำได้ลบจำนวนประตูที่เสีย เช่น ทำได้ 32 เสีย 24 ผลต่างคือ +8
คะแนนเท่ากันดูอะไรก่อน
ขึ้นอยู่กับกติกาของแต่ละลีก ลำดับที่พบบ่อยคือผลต่างประตู แล้วจึงเป็นประตูที่ทำได้ และผลการพบกันเอง ควรตรวจกติกาของลีกนั้นโดยตรง